บ้านร้าง...สยองขวัญ...

 

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ มันเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยน่ากลัวนักถ้าเล่าตอนนี้ แต่ถ้าใครไปอยู่ใน สถานที่นั้น ณ เวลานั้นก็จะรู้ว่ามันเป็นอย่างไรกันหนอ อาการที่เรียกว่า โกยหน้าตั้ง คืนหนึ่งในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา พวกเราตัดสินใจที่จะไปลองของกันที่บ้านร้างหลังหนึ่ง ที่อยู่ ระหว่างทางไป อ.มะขาม จ.จันทบุรี ซึ่งเราได้ยินข่าวมานานแล้วว่าบ้านหลังนี้ ...สุด ๆ ประวัติของบ้านหลังนี้ เอาแน่นอนไม่ได้ เนื่องจากมีหลายอย่างเหลือเกิน บ้างก็ว่าบ้านนี้ถูกฆ่ายกครอบครัว บ้างก็ว่าปลูกคร่อม ตอตะเคียน เราไม่รู้มูลเหตุที่แท้จริง เรารู้แต่เพียงว่าบ้านหลังนี้น่ากลัว ก่อนที่เราจะเริ่มปฏิบัติการกันนั้น เราได้เตรียมวางแผนกันนานมาก (เพราะไม่กล้า) ในที่สุดวันนั้นก็มาถึง คืนนั้นเราออกเดินทางกันประมาณ 3 ทุ่มกว่า ๆจากตัวเมือง ไปถึงจุดหมายประมาณ 5 ทุ่มได้ เนื่องจากเราไปกันเรื่อย ๆ

บรรยากาศโดยรอบของบ้านหลังนั้น แตกต่างจากตอนกลางวันอย่าง สิ้นเชิง ถึงแม้จะมีปั๊มน้ำมันอยู่ข้าง ๆก็ตาม ที่โล่งรอบบริเวณบ้าน รัศมีประมาณ 50 เมตร ระยะทาง มันช่างยาวไกลเหลือเกินซึ่งต่างจากตอนกลางวันที่เราเดินสำรวจกันใช้เวลาแค่ครู่เดียวเรา จอดรถไว้ที่ปั๊มน้ำมัน แล้วจัดเตรียมเครื่องรางของขลังกันให้พร้อมก่อนจะออกเดินกัน

ลักษณะบ้านเป็นบ้านทรงยุโรป สวยมาก แต่ดูทะมึนยังไงก็ไม่รู้ เราถ่ายรูปรอบตัวบ้านไว้หลายรูปแต่ทุกรูปที่ถ่ายนั้นเสียหมด ซึ่ง ตอนนั้นพวกเรายังไม่รู้เรื่อง ก็เลยตระเวนถ่ายไปเรื่อย ๆ เราเริ่มมีความคิดชั่วร้ายขึ้นมา อยากจะเข้าไปใน ตัวบ้าน ซึ่งประตูนั้นล็อกอยู่ แต่มีสมาชิกอีคนบอกว่า ปีนได้ไม่เป็นไร ขณะที่ผู้กล้าคนแรกกำลังจะปีน (โดนบังคับ)ทุกคนก็ต้องหยุด เมื่อได้กลิ่นสาบสาง โชยมา ทุกคนเงียบ จนหูมีเสียงดัง "วี้..." ช่วงนั้น เอง ทุกคนถึงกับสะอึกเมื่อได้ยินเสียงเหมือนคนลากอะไรหนัก ๆ อยู่ในบ้าน เราพยายามหลอกตัวเองว่าหูแว่วกัน ไปเอง แต่มีเพื่อนคนหนึ่งใจกล้า เอาหน้าไปแนบกระจกดู ซึ่งก็ไม่เห็นอะไรนอกจาก ฝุ่นที่จับกระจกจนหนา มองข้างในแทบไม่เห็น แต่พอไอ้คนที่ดูต่อจากคนแรก (คนที่โดนบังคับคนแรกนั่นแหละ ) แค่แนบหน้า ไปดูเท่านั้นแหละ ถึงกับกระโดด และเริ่มจ้ำอ้าวทันที อ้าว! แล้วพวกที่เหลือจะอยู่ทำไมก็โกยสิครับ ไม่มีใครเหลียวหลังไปดูอีกเลย เพราะก่อนจะออกวิ่งมีเพื่อนคนหนึ่งตะโกนว่า

" ผมขอโทษ... !! " แล้วก็เริ่มออกวิ่ง

พอมาถึงรถก็รีบออกเดินทางกลับกันเลย พอหายเหนื่อย ก็ถามไอ้คนที่วิ่งคนแรกว่าวิ่งทำไม เขาบอกว่า"ตอนที่เขากำลังแนบหน้าเข้าไปดูที่กระจกก็มีอีกหน้านึงแนบเข้ามาจากด้านในด้วย" พวกเราอึ้งกันอยู่สักครู่ แล้วก็ถามอีกคนที่ตะโกนว่า ผมขอโทษ ก่อนออกมา เขาบอกว่า " เขาเห็นคนยืนอยู่ที่หน้าประตูแล้วชี้หน้าเขาอยู่ " พวกเราทุกคนเห็นว่าไม่ดีแน่ จึงตัดสินใจ เลี้ยวรถ กลับไป แล้วไปที่บ้านหลังนั้น แล้วจุดธูปขอขมา เราก็กลัวๆ กล้าๆ สวดมนต์ผิดๆ ถูกๆ แต่เราบริสุทธิ์ ใจ และบอกว่า มิได้ตั้งใจที่จะลบหลู่ แล้วเรากลับเข้าเมืองแล้วแยกย้ายกันกลับบ้าน โดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น เช้ามาผมจึงเอารูปไปล้าง แล้วพบเพื่อน หนึ่งในขบวนการของผม(คนที่ตะโกน)เขาบอกว่าเมื่อคืน เขาฝันว่า คนที่ชี้หน้าเขาไม่ใช่เจ้าของบ้าน แต่เป็นเจ้าที่มาเตือนพวกเราและเขาก็ไม่ได้ว่าอะไรอีก พอถึงเวลา ที่ผมจะไปรับรูป ผมก็ไปรับแต่พอไปถึงร้าน ที่ร้านบอกว่า ไม่สามารถอัดเป็นรูปได้ เนื่องจากทุกภาพสว่างมาก จนไม่เห็นรายละเอียด คงเป็นเพราะใช้แฟลช แต่ตอนที่เราถ่าย เราไม่ได้ใช้แฟลช เราใช้ฟิล์มไวแสง และใช้ไฟฉายส่องเอา และปริศนาสิ่งสุดท้ายคือ "แล้วหน้าของใครล่ะ ที่อยู่ในบ้าน"